Swift

ไมโครคอนโทรเลอร์

เริ่มต้นมาเรียนรู้ไมโครคอนโทรเลอร์กับ อดิศักดิ์ ชิณะวงศ์ ชั่วโมงที่1
อดิศักดิ์ : สวัสดีครับชั่วโมงแรกนี้เราจะมาแนะนำให้นักเรียนได้รู้จักกับไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์กัน แต่ก่อนอื่นครูอยากจะ
ท่องจำกาพย์ยานี 11ให้นักเรียนฟังสักบทหนึ่งก่อนนะ ครับ ให้เป็นข้อคิดแต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้เข้าใจเมื่อท่องจบ แต่
หวังว่าจะเป็นปรัชญาชีวิตในการเริ่มต้น เอา..ฟังกันเลย
วิชาเหมือนสินค้าอันมีค่าจากเมืองไกล ต้องยากลำบากไปจึงจะได้สินค้ามา
จงตั้งเอากายเจ้าเป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธาแขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ
นิ้วเป็นสายระวางสองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไปอัธยาศัยเป็นเสบียง
สติเป็นหางเสื่อถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง เลาะแล่นเลี่ยงข้ามคงคา
ปัญญาเป็นกล้องแก้วส่องดูแถวแนวหินผา เจ้าจงเอาหูตาเป็นล้าตาฟังดูลม
ขี้เกียจเป็นปลาร้ายจะทำลายให้เรื่อจม เอาใจเป็นปืนคมยิงระดมให้จมไป
จึงจะได้สินค้ามาคือวิชาอันพิสมัย เจ้าจงมั่นหมั่นหมายใจจึงจะได้สินค้ามา
ปัจจุบันนี้การใช้ชีวิตคู่ไปกับเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ เราแทบไม่สามารถที่จะแยกออกจากกันไปได้ ตราบ
ใดที่มนุษย์ยังต้องการความสะดวกสบายจากเครื่องอำนวยความสะดวก โดยไม่ระบุว่าผู้ใช้จะเป็นใคร หรืออยู่ในสาขาใดๆ ก็
ตาม เครื่องอำนวยความสะดวกก็จะติดตามไปแทบจะทุกหนแห่ง อาทิเช่น วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ หรือระบบ
อัตโนมัติต่างๆ ในรถยนต์ และจะมีมากขึ้นกับเครื่องใช้ภายในบ้าน และสำนักงาน
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญชิ้นหนึ่ง คือไอซีประมวลผลข้อมูล หรือไมโครคอมพิวเตอร์แบบชิปเดียว เรานิยม
เรียกกันว่าไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์ ซึ่งจะฝังตัวอยู่ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในยุคใหม่ๆ ที่สามารถกระทำตามเงื่อนไขที่มนุษย์
ได้กำหนดความต้องการไว้ และในปัจจุบันเราจะรู้จักกันในชื่อของ Embedded system
ชั่วโมงแรกนี้เราคงจะต้องมาทำความรู้จักกับไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์กันก่อนว่ามันคืออะไร มีความแตกต่างจาก
คอมพิวเตอร์อย่างไร มีวิวัฒนาการอย่างไร แล้วจะนำไปใช้งานอะไรได้บ้างทั้งหมด 4 หัวเรื่องที่เราจะต้องศึกษากัน
ก่อนอื่นนักเรียนลองแยกความหมายของคำว่า ไมโคร กับ คอนโทรลเลอร์ ก่อน ถ้าจะแปลตรงตัวก็คือ " การควบ
คุมเล็กๆ " ก็น่าจะบอกความหมายว่าเป็นงานที่ไม่ใหญ่ ไม่ต้องคำนวณหรือประมวลผลอะไรมากมาย ถ้าต้องการประมวล
ผลมากๆ เราก็คงต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ไหนเด็กชายเมฆลองบอกครูมาซิว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง
คืออะไร นำไปทำอะไรได้บ้าง
เด็กชายวาริธร : เครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านผมครับ เอาไว้เล่นเกม พ่อบอกว่าคอมพิวเตอร์จะมีอยู่ในหุ่นยนต์ด้วยครับ
อดิศักดิ์ : เอ่อ…ดีนะเด็กชายเมฆประโยชน์มีแค่เล่นเกมเท่านั้น เอาหล่ะคราวนี้เราลองมาศึกษาเรื่องระบบคอมพิวเตอร์กัน
ก่อนว่าอะไรเป็นอะไร ครูจะสรุปเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์ว่า การที่เราจะบอกว่าอะไรเป็นคอมพิวเตอร์หรือไม่นั้น มันจะขึ้น
อยู่กับองค์ประกอบ ของชิ้นงาน ซึ่งจะมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ด้วยกัน 4 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 หน่วยประมวลผลกลาง (CPU: Central Processing Unit) จะมีคุณสมบัติหลัก คือการประมวลผลข้อมูล
การคำนวณทางคณิตศาสตร์ และลอจิก เราจะรู้จักกันดีในชื่อของไอซีไมโครโพรเซสเซอร์ เช่น PentiumII zillion ฯลฯ ซึ่งเป็น
ของบริษัท Intel แต่ก็ยังมี CPU รุ่นเก่าที่มีขนาด 8 บิต เช่นเบอร์ Z80 ที่เป็น CPU ของบริษัท ZILOG และมีอีกหลายๆเบอร์
หลายๆ ยี่ห้อ แต่จะอยู่ในส่วนใดของบอร์ดก็ได้ เช่นอาจจะมี CPU ของการ์ด จอ CPU ของเครื่องพิมพ์ เป็นต้น ที่สำคัญมัน
เป็นแค่ตัวไอซีตัวเดียวนะครับ จะอุปมาให้เป็นหัวใจของมนุษย์ก็แล้วกัน เพราะยังไงCPU จะทำงานใต้สัญญาณนาฬิกา ก็คง
อุปมาสัญญาณนาฬิกาเป็นชีพจรก็แล้วกัน
เด็กชายวาริธร: ครูครับต่อไปถ้ามีคนบอกให้ผมยก CPU ให้ผมคงต้องเปิดฝากล่องแล้วงัด CPU ออกมาให้ไช่ไหมครับ
อดิศักดิ์: ถูกต้องเพราะ CPU เป็นแค่ชิพไอซีไม่ใช่เครื่องทั้งหมด อย่าลืมว่าเราจะเรียกเป็นไมโครโพรเซสเซอร์ก็ได้นะ และที่
สำคัญมันทำงานโดยตัวมันเองไม่ได้นะ ต้องใช้ร่วมกับส่วนอื่นๆ อีก3ส่วนที่เราจะกล่าวถึง เอาหล่ะมาต่อในส่วนที่ 2 กัน
ส่วนที่ 2 หน่วยความจำ (Memory) หน้าที่ก็เป็นตามชื่อของมันนะครับคือจำ ให้อุปมาเป็นสมองของเรา แบ่งออก
เป็นแบบหน่วยความจำแบบถาวรที่ส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า รอม (ROM) ที่มีการบันทึกข้อมูลไว้ ล่วงหน้าก่อนแล้วไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือคำสั่งใด ๆ ได้อีก (ความหมายคือเปลี่ยนในขณะที่ใช้งานอยู่บนตัวเครื่อง) ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์มือ
ถือของนักเรียน ในขณะที่เริ่มเปิดเครื่องครั้งแรก สังเกตได้ว่าจะมีการแสดงชื่อของบริษัท หรือ คำยินดีตอนรับ จะแสดงเป็น
ตัวอักษร ไม่ว่าเราจะปิดแล้วเปิดกี่ครั้งตัวอักษรเดิมนั้นจะยังคงอยู่
หน่วยความจำอีกแบบคือหน่วยความจำแรม (RAM: Random Access Memory) จะเป็น หน่วยความจำที่ใช้เก็บ
ข้อมูลไว้เพียงชั่วคราวอาจเป็นข้อมูลที่ CPU ต้องการประมวลผลในขณะนั้น และเมื่อ CPU ประมวลผลเรียบร้อยแล้วอาจ
ลบหรือเปลี่ยนข้อมูลได้ บางครั้งเมื่อหยุดการจ่ายไฟให้กับวงจรจะทำให้ข้อมูลสูญหายไปได้ในทันที ตัวอย่าง เช่น การเก็บ
ค่าของเวลาและอุณหภูมิของเครื่องไมโครเวฟ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้ตลอด หน่วยความจำแบบแรมนี้จะแตกต่างกับ
หน่วยความจำแบบรอม โดยหน่วยความจำแบบรอมจะไม่สามารถแก้ไข ข้อมูลได้ในขณะนั้น ในขณะที่หน่วยความจำแบบ
แรมไม่สามารถเก็บค่าข้อมูลไว้ได้ตลอดดังนั้นหากต้องการให้ข้อมูลคงอยู่ต้องใช้แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าไว้ แต่ในปัจจุบัน
เทคโนโลยีทางด้านการสร้างหน่วยความจำก้าวหน้าไปมากจนทำให้หน่วยความจำแบบถาวรสามารถแก้ไขข้อมูลได้ทันที
เด็กชายธนากร: ครูครับแล้วซิมการ์ดของโทรศัพท์มือถือผมหล่ะครับเป็นหน่วยความจำแบบไหนครับ
อดิศักดิ์: เอ่อนั้นซิ เด็กชายหมอกคิดว่าน่าจะเป็นแบบไหนหล่ะ
เด็กชายธนากร: ผมว่าน่าจะเป็นหน่วยความจำแบบถาวรครับ เพราะผมถอดซิมของเครื่องผมไปใส่ของเพื่อนก็สามารถจำ
เบอร์ และเวลาได้ครับ ไม่เห็นต้องมีไฟสำรองเลยครับ แต่ทำไม่แก้ไขข้อมูล ทำการลบ แล้วก็เพิ่มเบอร์โทรได้หล่ะครับ
อดิศักดิ์: เพราะหน่วยความจำแบบถาวรมีหลายแบบนะ เริ่มแรกเราเรียกว่ารอม ROM จะมีการโปรแกรมไว้ล่วงหน้าที่
บริษัท เราจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย พวกนี้จะใช้กับผลิตภัณฑ์ ของตนเองที่มีจำนวนมากๆ ต่อมาจะเป็นแบบ EPROM
ที่สามารถลบข้อมูลแล้วเขียนข้อมูลลงไปใหม่ได้ โดย E ตัวแรกคือ eraser คือการลบ โดยจะต้องลบโดยใช้แสงอัลตร้าไวโอ
เลตลบ แต่ต้องระวังเพราะรังสีของแสงจะมีผลกับดวงตา และ P คือ Program ส่วนการโปรแกรมจะต้องมีเครื่องโปรแกรม
อีกต่างหาก ถ้าโปรแกรมแล้วมีข้อผิดพลาดต้องถอดไอซีมาลบข้อมูลใหม่ หากเราใช้แสงยูวีจากแสงแดดอาจจะใช้เวลา 1 วัน
ข้อมูลก็คงจะหมด แต่ถ้าใช้จากเครื่องที่มีหลอดยูวีก็จะใช้เวลาเพียง 10 นาที ถ้าโปรแกรมผิดสัก 5 ครั้ง เราก็คงรอจนเซ็งเลย
นะ เขาคงสงสารคนรอก็เลยผลิตหน่วนความจำแบบ EEPROM มาให้นะ ซึ่งสามารถใช้การลบได้โดย E ตัวแรกคือ electric
หรือกระแสไฟฟ้า E ตัวต่อมาคือ eraser คือการลบ ดังนั้นจะใช้เวลาในการลบ และโปรแกรมข้อมูลลงในตัวไอซี ไม่มากนัก
และสามารถสร้างเครื่องโปรแกรมเองได้ง่ายๆ แล้วจะบอกวิธีการให้ในลำดับต่อไปนะครับ การโปรแกรมข้อมูลลงตัวไอซี
อาจจะไม่ต้องถอดไอซีออกจากบอร์ดเลย เหมือนการเปลี่ยน version ของเมนบอร์ดคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีการ
สร้างหน่วยความจำอีกแบบที่เราเรียกว่าหน่วยความจำแบบแฟลช์ (Flash Memory) ที่อยู่ใน handy drive หรือกล้องถ่าย
รูปแบบดิจิตอล เรากำลังนิยมใช้กันอยู่นั้นไง มีการบันทึกข้อมูลและลบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว Flash memory จะทำงานได้
เร็วกว่า EEPROM นะครับทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นประเภทหน่วยความจำแบบถาวรทั้งสิ้นนะครับ เอาหล่ะ...เรามาคุยต่อใน
ส่วนที่ 3 กันต่อดีกว่า
ส่วนที่ 3 หน่วยอินพุต (Input Unit) เป็นส่วนที่ใช้สำหรับการรับสัญญาณข้อมูลจากภายนอกเช่น คีย์บอร์ด
สแกนเนอร์ เมาส์ หรือที่รับสัญญาณมาจากอุปกรณ์เซนเซอร์ ซึ่งอาจเป็นค่าแรงเสียดทานของล้อรถยนต์ขณะเบรกการ
กดปุ่มสวิตซ์ตั้งเวลาของวีดีโอเทปฯลฯ กล่าวได้ว่าส่วนที่เป็นอินพุต คือส่วนที่ทำหน้าที่ป้อนสัญญาณข้อมูล ดังนั้นอะไร
ก็ตามที่เป็นการป้อนคืนให้กับ CPU ให้ทำการรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราเรียกว่าอินพุตทั้งนั้นหล่ะ
เด็กชายวาริธร: ครูครับสวิตซ์เล็กๆ ตัวเดียวได้ไหมครับ เพราะผมป้อนสัญญาณข้อมูลให้ CPUเหมือนกันครับ
อดิศักดิ์ : ถูกต้องครับเพราะสวิตซ์ตัวเดียวก็คืออินพุตเหมือนกัน เอาหล่ะเราอธิบายเหลืออีก 1 ส่วนคือ
ส่วนที่ 4 เป็นส่วนของหน่วยเอาต์พุต (Output Unit) เป็นหน่วยที่ใช้สำหรับการแสดงผลของข้อมูล เช่นจอ
มอนิเตอร์ พรินเตอร์ เครื่องตัดสติกเกอร์ หรืออุปกรณ์ประเภทหลอดไฟแอลอีดี (LED) ดวงเล็กแค่ 1 ดวง ลำโพง มอเตอร์ รี
เลย์ หลอดไฟ อีกมากมาย สรุปง่ายๆ คือเป็นส่วนที่ทำให้เกิดผลขึ้นมาก็แล้วกัน มอเตอร์หมุนก็เป็นการแสดงผลในการขับ
เคลื่อนนะ คราวนี้ครูอยากจะถามว่าคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เป็นอินพุต หรือเอาต์พุต
เด็กชายวาริธร: เป็นอินพุตครับ เพราะรับข้อมูลจากการพิมพ์แล้วส่งไปให้ตัว CPU ครับ
อดิศักดิ์: ถูกต้องครับ ครูอยากให้นักเรียนลองกดปุ่ม Caps Lock ดูซิ สังเกตเกิดอะไรขึ้นกับบนคีย์บอร์ดบ้าง
เด็กชายวาริธร: มีไฟสว่างที่หลอดแอลอีดีด้านขวามือครับ ถ้ายังงั้นจะเป็นเอาต์พุตได้ไหมครับ
อดิศักดิ์: อื่มม...ต้องคิดเอาเองนะ คราวนี้ลองบอกว่าเครื่องพิมพ์เป็นอินพุต หรือเอาต์พุต หล่ะ
เด็กชายวาริธร: มีการแสดงผลที่กระดาษ ตามการกระแทกของหัวเข็มถ้าต้องเป็นเอาต์พุตครับ แต่ครูครับ เวลา
กระดาษติด CPU ก็รู้นี้ครับ แปลว่าต้องเป็นส่วนที่เป็นอินพุตด้วยซิครับ
อดิศักดิ์: เอาหล่ะทั้งหมดเป็นการสรุปด้วยตัวเองอย่างมีเหตุผล ดังนั้นให้เราพิจารณาได้จาก องค์ประกอบ ของชิ้นงาน และ
หน้าที่ของมัน เพราะในส่วนของเครื่องพิมพ์ก็มี CPU มีหน่วยความจำ มีอินพุต มีเอาต์พุต ถ้าเรามองแบบใช้ความจำ และ
การเรียกตามๆกันมา เราอาจจะมองเป็นเพียงเครื่องพิมพ์ แต่ถ้าเราลองวิเคราะห์ตามองค์ประกอบทั้ง 4 อย่างเราจะเรียก
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ก็ได้ ดังนั้นการที่จะเรียกชิ้นงานใดเป็นระบบคอมพิวเตอร์ก็ให้ดูจากองค์ประกอบทั้ง 4 เป็นหลัก
คราวนี้เราลองมามองดูรอบๆตัวเราว่ามีอะไรที่เป็นระบบคอมพิวเตอร์บ้าง
นักเรียน: นาฬิกาของผมครับ เครื่องคิดเลขครับ โทรศัพท์มือถือก็ใช่ครับ
อดิศักดิ์: นับแต่นี้ไปพวกเธอจะคุยกับคนข้างบ้านไม่รู้เรื่องเหมือนครูแล้วหล่ะนะ เพราะมองเครื่องพิมพ์เป็นอินพุตในบาง
สถานะ มองคีย์บอร์ดเป็นเอาต์พุตในบางสถานะ เขาบอกให้ยกตัวซีพียู ก็เล่นจะเปิดฝาเครื่องงัดเอาซีพียูออกมาให้เขา
อดิศักดิ์: เอาหล่ะต่อไปเรามาศึกษากันในหัวข้อไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์ กันต่อ
ในการที่เรานำไมโครโพรเซสเซอร์มาเป็นตัวประมวลผลกลาง มีหน่วยความจำ พอร์ตอินพุต และเอาต์พุตเราเรียก
ว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ คงเป็นสิ่งไม่คุ้มกับการลงทุนหากนำเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดตั้งโต๊ะ มาใช้ในงานควบคุมขนาดเล็กๆ
เช่นการควบคุมมอเตอร์เพียงตัวเดียวในเครื่องซักผ้า และอาจต้องใช้เนื้อที่มาก ในการออกแบบแผ่นวงจรพิมพ์ ดังนั้นการ
พัฒนาด้านเทคโนโลยีในการสร้างชิป จึงมีการรวบรวมคุณสมบัติที่ต้องการใช้งานมาอยู่ในตัวเดียวกัน คือยังมีองค์ประกอบ
เกือบทุกอย่างของระบบคอมพิวเตอร์อยู่ภายในตัวไอซี ที่เราเรียกว่า ไมโครคอมพิวเตอร์แบบชิปเดี่ยว ซึ่งจะประกอบด้วย
อุปกรณ์พื้นฐานเหมือนไมโครคอมพิวเตอร์ เช่นหน่วยประมวลผลกลางแต่เราจะนำเอาขนาดเล็ก (8 บิต -16 บิต)มาใช้ และ
จะมีหน่วยความจำแบบแรมเนื้อที่ไม่มากนัก และบางตัวอาจจะบรรจุหน่วยความจำประเภทรอม (เช่น EPROM หรือแบบ
Flash ) ที่สามารถอ้างหน่วยความจำได้เนื่อที่ไม่เกินขนาดของไอซีที่จะอ้างหน่วยความจำได้ มีทางเข้า และออกของ
สัญญาณข้อมูล ที่เรียกว่าพอร์ต (PORT) สามารถใช้งานให้เป็นได้ทั้งอินพุต และเอาต์พุต เพิ่มส่วนของวงจรสื่อสารแบบ
อนุกรม วงจรนาฬิกา วงจรนับ และยังอีกหลายๆวงจรที่เราใช้งานได้ ขึ้นอยู่กับบริษัทที่ผลิตไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์ ให้วงจร
ทั้งหมดอยู่ภายในไอซี เพียงตัวเดียว ถ้าเรานำไปใช้งานก็สามารถต่อกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างวงจรกำเนิดสัญญาณ
นาฬิกาเช่น คริสตอล (Crystal) และตัวเก็บประจุอีก 2 ตัว ก็สามารถใช้งานได้เป็นต้น เราจะเรียกกันทั่วๆไปว่า ไอซีไมโคร
คอนโทรลเลอร์( Microcontroller ) ดังนั้นถ้าหากเราต้องการใช้ในงานควบคุมขนาดเล็ก เช่น เตาไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า
เครื่องเล่นวีดีโอเทป และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ เราจึงนิยมนำไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์มาใช้งาน เพราะมีทุกอย่างพร้อมในตัว
เดียวกัน ประกอบกับมีขนาดที่เล็กอุปกรณ์ที่จะนำมาต่อร่วมก็มีจำนวนไม่มาก และเหมาะสำหรับใช้งานในการคำนวณที่ไม่
ซับซ้อนมากนัก
สรุปง่ายๆ คือครูหยิบเอาคุณสมบัติของแต่ละส่วนออกมาอย่างละนิด แล้วเอามาปั้นเป็นดินกลมๆ เหลือก้อนเล็กๆ
ก้อนเดียว บีบ บดๆ ให้แบนๆ วางไว้บนฝามือกลายไปคอมพิวเตอร์แบบชิพเดี่ยวหรือเรียกกันติดปากว่าไมโครคอนโทรลเลอร์
เวลาใช้งานก็ประกอบวงจรเล็กน้อย เขียนโปรแกรมอัดลงไปในตัวไอซี ฝังตัวอยู่ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่สามารถกระทำตาม
เงื่อนไขที่ได้กำหนดความต้องการไว้ และในปัจจุบันเราจะรู้จักกันในชื่อของ Embedded system ครูมีรูปสวิตซ์ไฟที่บ้านครู
มาให้ดูด้วย ครูทำมาจากของเก่าที่เขาทิ้งไปแล้ว มาดัดแปลงใช้งานร่วมกับไมโครคอนโทรลเลอร์ ดูได้แต่ห้ามหัวเราะนะครับ
อดิศักดิ์ : เอาหล่ะ นักเรียนหลังจากเราเรียนรู้จนจบเรื่องไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์มาแล้ว ลองบอกซิว่า มีเครื่องใช้ไฟฟ้า
อะไรที่มีการควบคุมขนาดเล็กในบ้านของพวกเธอบ้าง
เด็กชายวาริธร : รีโมตวีดีโอครับ
เด็กชายธนากร : เครื่องทำน้ำอุ่น ทีวีของผมด้วยครับ เพราะตั้งเวลาปิดเปิดได้ด้วย
อดิศักดิ์ : เครื่องทำน้ำอุ่นแบบกดปุ่มเลือกอุณหภูมิเราก็ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นตัวสั่งงาน และควบคุมระดับความร้อน
นะ ตกลงเป็นอันว่าเข้าใจกันทุกคนนะครับ ส่วนรายละเอียดที่สอนไปแล้ว สามารถใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปเปิด E-book ที่ครู
จัดทำขึ้นได้ที่เวปไซต์ www.adisak51.com ในส่วนของ e-book หัวข้อ อะไรคือไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์

You Might Also Like

0 ความคิดเห็น

Flickr Images